ปรึกษาเรื่องระบบตอบสต็อก

ระบบตอบยอดสต็อกให้ลูกค้า · สำหรับร้านวัสดุก่อสร้าง

ลูกค้าถามว่ามีของไหม ตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินไปดู

เราต่อข้อมูลสต็อกของร้านเข้ากับ LINE OA และ Facebook ที่ลูกค้าทักอยู่แล้ว ลูกค้าถามปุ๊บได้ยอดคงเหลือปั๊บ พนักงานขายเอาเวลาไปปิดการขายแทน

ถ้ายอดในระบบไม่ชัดหรือข้อมูลเก่าเกินไป ระบบจะบอกให้รอพนักงานยืนยัน ไม่เดาตอบลูกค้า

  • ร้านวัสดุก่อสร้าง
  • ยี่ปั๊วขายส่งวัสดุ
  • ร้านที่รับออเดอร์ทาง LINE และ Facebook
  • ร้านที่ของเยอะจนจำไม่ไหว
  • เริ่มต้นไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ก่อตั้งปี 2018
  • เคยวางระบบสต็อกให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก

ตัวอย่างการใช้งาน จาก LINE หรือ Facebook

เหล็กเส้นกลม RB6 เหลือกี่เส้นครับ

คลังหน้าร้านเหลือ 240 เส้น คลังหลังเหลือ 1,120 เส้น รวม 1,360 เส้น ถ้าต้องการมากกว่านี้แจ้งล่วงหน้า 1 วันได้ครับ

ระบบสต็อกร้าน อัปเดต 09:15 น.

ทุกคำตอบบอกที่มาและเวลาอัปเดต ถ้าข้อมูลเก่าเกินไป ระบบให้รอพนักงานยืนยัน

เช็กตัวเอง 30 วินาที

เช็กเร็วๆ ว่าร้านคุณถึงเวลาให้ระบบช่วยตอบหรือยัง

ลองดูว่าตรงกับร้านคุณกี่ข้อ ยิ่งโดนหลายข้อ ยิ่งเสียยอดไปกับการรอคำตอบ

  • วันหนึ่งมีคนทักมาถามว่ามีของไหม เกิน 20 ครั้ง
  • พนักงานต้องเดินไปดูของหรือโทรถามคลังก่อนตอบ
  • ผู้รับเหมาส่งรายการของมาเป็นลิสต์ยาว แล้วต้องไล่เช็คทีละรายการก่อนตอบ
  • มีคนทักมาถามนอกเวลาทำการ กว่าจะตอบก็เช้าวันรุ่งขึ้น

เหมาะกับร้านขายวัสดุก่อสร้าง ยี่ปั๊วขายส่ง และร้านที่รับออเดอร์ทาง LINE หรือ Facebook ถ้าโดนสักข้อ คุยกับเราได้เลย

เวลาลูกค้าทักเข้ามา

ลูกค้าถามคำเดิมทุกวัน

ถ้าโดนหลายข้อ แปลว่าร้านกำลังเสียยอดไปกับความช้า ไม่ใช่เพราะของไม่มี

กว่าจะตอบ ลูกค้าไปร้านอื่นแล้ว

ลูกค้าทักมาถามว่ามีของไหม พนักงานต้องเดินไปดูของหรือโทรถามคลังก่อน กว่าจะตอบกลับ เขาได้คำตอบจากร้านอื่นไปแล้ว

คำถามเดิมทุกวันไม่จบสักที

เหล็กเส้นเบอร์นี้มีไหม ปูนยี่ห้อนี้เหลือกี่ถุง ถามซ้ำกันทั้งวันจากลูกค้าคนละคน แต่พนักงานต้องไล่เช็คใหม่ทุกครั้ง

ตอบไปว่ามี แต่จริงๆ หมด

ยอดในระบบกับของบนชั้นไม่ตรงกัน รับออเดอร์ไปแล้วค่อยรู้ว่าของไม่พอ ต้องโทรกลับไปขอโทษผู้รับเหมา

พนักงานขายกลายเป็นคนเดินเช็คของ

คนที่ควรใช้เวลาปิดการขายและดูแลลูกค้าประจำ หมดเวลาไปกับการเดินไปนับของแล้วเดินกลับมาตอบแชท

เจ้าของไม่อยู่ ร้านก็ตอบไม่ได้

คนที่รู้ว่าของอยู่ตรงไหนและเหลือเท่าไรจริงมีอยู่ไม่กี่คน วันหยุดหรือช่วงคนน้อย ลูกค้าต้องรอนานกว่าเดิม

ระบบทำงานอย่างไร

สามขั้นตอน เริ่มจากของที่ร้านคุณมีอยู่ จะมีโปรแกรมสต็อกอยู่แล้วหรือยังจดมือก็เริ่มได้

1

ดูของที่คุณมีอยู่

เราดูว่าลูกค้าถามอะไรบ่อยที่สุด และตอนนี้ข้อมูลสต็อกอยู่ที่ไหน จะเป็นโปรแกรมสำเร็จรูป ไฟล์ Excel หรือสมุดจดก็เริ่มได้ทั้งนั้น

2

ต่อข้อมูลให้ถึงกัน

ถ้ามีระบบสต็อกอยู่แล้ว เราเชื่อมเข้ากับ LINE OA และ Facebook ของร้านเลย ถ้ายังไม่มี เราวางระบบสต็อกให้ก่อนเท่าที่จำเป็นต่อการตอบลูกค้า ไม่ต้องรื้อทั้งร้าน

3

ให้ลูกค้าถามได้เลย

ลูกค้าถามจาก LINE หรือ Facebook ก็ได้คำตอบเหมือนกัน พร้อมเวลาอัปเดตล่าสุด เรื่องที่เกินขอบเขตส่งต่อให้พนักงานอัตโนมัติ

ห้องทดสอบก่อนเปิดให้ลูกค้าถามจริง

ตัวเลขเป็นตัวอย่างประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง

ความน่าเชื่อถือและการควบคุม

ตอบเท่าที่ชัวร์ ที่เหลือส่งให้คน

ข้อกังวลที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือกลัวระบบตอบมั่วแล้วลูกค้ามาต่อว่าทีหลัง นี่คือสิ่งที่เราออกแบบไว้ตอบข้อนั้น

ไม่ชัวร์แล้วไม่ตอบ

ถ้ายอดคงเหลือต่ำกว่าที่กำหนด หรือข้อมูลอัปเดตล่าสุดเก่าเกินไป ระบบจะไม่ยืนยันตัวเลข แต่ส่งต่อให้พนักงานเช็คก่อน

เรื่องราคาและส่วนลด ให้คนคุยเสมอ

ธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีราคาหน้าร้าน ราคาช่าง และราคาผู้รับเหมาไม่เท่ากัน เราจึงไม่ให้ระบบตอบราคาเอง ระบบตอบเรื่องของมีหรือไม่มี ส่วนราคาส่งต่อให้พนักงาน

ทุกคำตอบบอกเวลาอัปเดต

ระบบบอกว่ายอดนี้มาจากไหนและอัปเดตล่าสุดเมื่อไร ลูกค้าและพนักงานจึงรู้ว่าตัวเลขสดแค่ไหน ไม่ต้องเดาเอง

พนักงานแทรกได้ทุกเมื่อ

ทั้ง LINE และ Facebook มารวมอยู่ที่เดียว พนักงานเห็นทุกแชทและเข้ามาคุยต่อเองได้ตลอด ไม่ต้องสลับแอปไปมา ระบบช่วยตอบเรื่องที่ตอบซ้ำ ไม่ได้มาแทนคนขาย

ข้อมูลยังอยู่กับร้านคุณ

เราเชื่อมจากระบบที่ร้านใช้อยู่ ไม่ได้ย้ายข้อมูลออกไปไหน เลิกใช้เมื่อไรข้อมูลก็ยังอยู่ครบที่เดิม

ต้นทุนของการยังไม่ทำอะไร

ทุกนาทีที่ลูกค้ารอคำตอบ คือเวลาที่เขาไปถามร้านอื่นได้

ไม่ต้องเชื่อตัวเลขของเรา ลองคิดจากร้านคุณเองสี่ข้อนี้

วันหนึ่งลูกค้าถามว่ามีของไหม กี่ครั้ง

คูณด้วยเวลาที่พนักงานใช้เดินไปเช็คต่อครั้ง แล้วคูณ 26 วัน

เดือนที่แล้วเสียลูกค้าไปกี่รายเพราะตอบช้า

ผู้รับเหมามักถามหลายร้านพร้อมกัน ใครตอบก่อนมักได้งานนั้นไป

ปีที่แล้วรับออเดอร์แล้วของไม่พอกี่ครั้ง

ต้นทุนไม่ใช่แค่ยอดที่เสีย แต่คือความเชื่อใจของผู้รับเหมาที่สั่งประจำ

พนักงานขายใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อวันไปกับการเช็คของ

เวลาเท่านั้นถ้าเอาไปดูแลลูกค้าประจำแทน จะปิดได้อีกกี่บิล

คุยกับเรา 30 นาที แล้วเราจะช่วยหาคำตอบสี่ข้อนี้จากตัวเลขของร้านคุณเอง

เริ่มต้นอย่างไร

เริ่มจากสินค้ากลุ่มเดียวที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด

ช่วงแรกทีมคุณเป็นคนตรวจคำตอบก่อน ยังไม่เปิดให้ลูกค้าถามจริงจนกว่าคุณจะพอใจ

ขั้นที่ 1

คุยกันก่อน 30 นาที

ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูว่าลูกค้าถามอะไรบ่อยที่สุด ตอนนี้ร้านเช็คของด้วยอะไร แล้วประเมินร่วมกันว่า ระบบแบบนี้คุ้มกับร้านคุณจริงไหม ถ้ายังไม่ถึงเวลา เราจะบอกตรง ๆ

ขั้นที่ 2

เริ่มจากกลุ่มเดียว

ขอบเขตเล็ก

เลือกสินค้ากลุ่มที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดมาทำก่อน เช่น เหล็กหรือปูน ให้เห็นผลจริงก่อนขยาย ไม่ต้องลงทุนใหญ่ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าเวิร์กไหม

ขั้นที่ 3

ขยายตามที่ใช้จริง

แยกการตัดสินใจ

เพิ่มสินค้ากลุ่มอื่นตามคำถามที่ลูกค้าถามเข้ามาจริง ไม่ใช่เดาไว้ล่วงหน้าว่าน่าจะต้องมีอะไรบ้าง

คุณจะได้อะไรจากขั้นที่ 2

สิ่งที่ได้
สินค้ากลุ่มที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดหนึ่งกลุ่ม ต่อข้อมูลสต็อกเข้าระบบตอบแล้ว
ลองที่ไหน
ห้องทดสอบที่เราเตรียมให้ แยกจากช่องทางจริงของร้าน
ลูกค้าเห็นหรือยัง
ยังไม่เห็น ขั้นนี้ให้ทีมคุณลองถามเองก่อนว่าตอบแม่นพอหรือยัง ห้องทดสอบคือที่ที่ระบบตอบผิดได้โดยไม่มีใครเสียหาย
ใช้เวลา
2–4 สัปดาห์
ส่งมอบพร้อม
สอนทีมคุณใช้ตอนส่งมอบ ก่อนเปิดให้ลูกค้าถามจริง

คุณจะรู้กรอบงบตั้งแต่จบการคุยครั้งแรก ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น และแต่ละขั้นแยกจ่ายแยกตัดสินใจ ไม่ต้องเหมาทั้งก้อน

ใครอยู่เบื้องหลัง

ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำระบบธุรกิจจริงมาตั้งแต่ปี 2018

I GEAR GEEK เป็นทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ส่งมอบงานให้ธุรกิจไทยมาแล้วกว่า 150 โปรเจค รวมถึงระบบสต็อกและระบบตอบลูกค้าบน LINE

2018

ปีที่ก่อตั้งทีมพัฒนาซอฟต์แวร์

150+

โปรเจคที่ส่งมอบจริง

30 นาที

เวลาที่ใช้คุยดูว่าเหมาะกับร้านคุณไหม

ระบบจัดการสต็อกและคลังสินค้า ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ตัดสต็อกอัตโนมัติ ลดการนับซ้ำหลายรอบ
ระบบตอบลูกค้าอัตโนมัติบน LINE ธุรกิจที่รับลูกค้าผ่าน LINE เป็นหลัก ตอบคำถามที่เกิดซ้ำ พร้อมส่งต่อให้คนเมื่อเกินขอบเขต
ระบบเชื่อมต่อข้อมูลหลายระบบ ธุรกิจที่ใช้ทั้งบัญชี ขาย และคลังพร้อมกัน ดึงตัวเลขจากหลายที่มาตอบได้จากจุดเดียว
หน้าจอสรุปข้อมูลผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจหลายสาขา เห็นยอดขายและของคงเหลือโดยไม่ต้องโทรถามทีละสาขา

เราไม่เปิดเผยชื่อลูกค้าและรายละเอียดโปรเจคตามข้อตกลงรักษาความลับ รายการข้างต้นจึงระบุเป็นประเภทงานและกลุ่มธุรกิจแทน

เราเลือกทำกับร้านกลุ่มแรกแบบใกล้ชิด

เราวางระบบสต็อกและระบบตอบลูกค้าบน LINE มาแล้วหลายงาน แต่การเอาสองอย่างนี้ มาต่อกันสำหรับร้านวัสดุโดยเฉพาะเป็นของใหม่ เราจึงตั้งใจทำกับร้านกลุ่มแรก แบบใกล้ชิด ไม่รับพร้อมกันหลายราย และยังไม่มีกรณีศึกษาให้ดู เราเลือกบอกตามตรงมากกว่าจะอ้างตัวเลขผลลัพธ์ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

คุยกับเรา 30 นาที

ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด เป้าหมายคือดูว่าลูกค้าถามอะไรบ่อยที่สุด และระบบแบบนี้ช่วยร้านคุณได้จริงไหม

กรอกข้อมูลสั้น ๆ แล้วเราจะติดต่อกลับเพื่อนัดเวลาที่คุณสะดวก

กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง

ข้อมูลนี้ใช้เพื่อติดต่อกลับและเตรียมการพูดคุยเท่านั้น

คำถามที่มักเจอก่อนเริ่ม

รวมเรื่องร้านที่ยังไม่มีโปรแกรมสต็อก ยอดในระบบไม่ตรงกับของจริง และลูกค้าจะรู้ไหมว่ากำลังคุยกับระบบ

ร้านผมยังไม่มีโปรแกรมสต็อก ใช้ได้ไหม

ได้ครับ และเป็นกรณีที่เจอบ่อยที่สุด ถ้ายังจดมือหรือใช้ Excel เราจะวางระบบสต็อกให้เท่าที่จำเป็นต่อการตอบลูกค้าก่อน ไม่ต้องรื้อวิธีทำงานทั้งร้าน ส่วนร้านที่มีโปรแกรมอยู่แล้วก็เชื่อมเข้าไปได้เลย เร็วกว่าและถูกกว่า การคุย 30 นาทีจะบอกได้ว่าร้านคุณอยู่กรณีไหน

ร้านผมใช้ Facebook เป็นหลัก ไม่ค่อยใช้ LINE ใช้ได้ไหม

ได้ครับ ระบบต่อได้ทั้ง LINE OA และ Facebook จะใช้ช่องทางเดียวหรือทั้งสองช่องทางก็ได้ และถ้าใช้ทั้งคู่ ข้อความจากทั้งสองที่จะมารวมอยู่ในที่เดียว พนักงานไม่ต้องสลับแอปไปมาเหมือนตอนนี้ ลูกค้าถามจากช่องทางไหนก็ได้คำตอบเหมือนกัน เพราะดึงจากข้อมูลสต็อกชุดเดียวกัน

ยอดในระบบกับของจริงไม่ตรงกันอยู่แล้ว ระบบจะตอบผิดไหม

นี่คือข้อกังวลที่ตรงประเด็นที่สุดครับ เราจึงไม่ให้ระบบยืนยันตัวเลขทุกกรณี ถ้าของเหลือน้อยกว่าที่กำหนด หรือข้อมูลอัปเดตล่าสุดเก่าเกินไป ระบบจะตอบว่าต้องให้พนักงานเช็คก่อน แทนที่จะยืนยันแล้วผิด และทุกคำตอบจะบอกเวลาอัปเดตล่าสุดกำกับไว้เสมอ

ให้ระบบบอกราคาลูกค้าไปเลยได้ไหม

ทำได้ แต่เราไม่แนะนำครับ เพราะธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีราคาหน้าร้าน ราคาช่าง และราคาผู้รับเหมาไม่เท่ากัน และหลายร้านต่อรองเป็นรายเจ้า ถ้าระบบตอบราคาไปเองอาจเสียทั้งกำไรและความสัมพันธ์กับลูกค้าประจำ เราจึงให้ระบบตอบเรื่องของมีหรือไม่มี ส่วนราคาส่งต่อให้พนักงานคุย

ลูกค้าจะรู้ไหมว่ากำลังคุยกับระบบ

เราแนะนำให้บอกตรงๆ ครับ ประสบการณ์คือลูกค้าไม่ได้รังเกียจถ้าได้คำตอบเร็วและถูกต้อง สิ่งที่เขารับไม่ได้คือคุยกับระบบแล้ววนไม่จบ ระบบจึงส่งต่อให้พนักงานได้ทุกเมื่อ และลูกค้าพิมพ์ขอคุยกับคนได้ตลอด

ร้านเล็กใช้คุ้มไหม

ขึ้นกับจำนวนคำถามต่อวัน ไม่ใช่ขนาดร้านครับ ร้านที่มีพนักงาน 5 คนแต่ลูกค้าทักถามของวันละ 60 ครั้ง อาจคุ้มกว่าร้านใหญ่ที่ลูกค้าสั่งประจำอยู่แล้วโดยไม่ต้องถาม การคุย 30 นาทีจะช่วยประเมินตรงนี้ให้ชัด

ราคาเท่าไหร่

คุยกัน 30 นาทีไม่มีค่าใช้จ่าย และจบการคุยครั้งนั้นคุณจะได้กรอบงบกลับไปเลยครับ ที่ยังไม่ประกาศเป็นตัวเลขตายตัวบนหน้าเว็บ เพราะต่างกันมากระหว่างร้านที่มีระบบสต็อกอยู่แล้วกับร้านที่ต้องเริ่มวางใหม่ ถ้าประกาศเป็นราคาเดียว ร้านที่พร้อมอยู่แล้วก็จะจ่ายแทนร้านที่ต้องทำเยอะกว่า แต่ละขั้นแยกจ่ายแยกตัดสินใจ

ใช้เวลานานไหมกว่าจะใช้งานได้

ขึ้นกับว่าตอนนี้ข้อมูลสต็อกอยู่ในรูปแบบไหน ร้านที่มีโปรแกรมอยู่แล้วจะเร็วกว่าร้านที่ยังจดมือมาก และเราเริ่มจากสินค้ากลุ่มเดียวที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก่อนได้ ไม่ต้องรอให้ครบทั้งร้านถึงจะเริ่มใช้

คุยกัน 30 นาที ดูว่าเหมาะกับร้านคุณไหม

ถ้าลูกค้ายังต้องรอพนักงานเดินไปเช็คของก่อนทุกครั้ง มาคุยกันก่อนได้ครับ ไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้ายังไม่ถึงเวลาต้องใช้ระบบแบบนี้ เราจะบอกคุณตรง ๆ

ปรึกษาเรื่องระบบตอบสต็อก
ปรึกษาเรื่องระบบตอบสต็อก